2004/Jun/21


ไข่ตุ๋น ไข่เจียว ไข่ดาว และอีกสารพัดไข่
คุณชอบทานอาหารจานไข่ประเภทไหนมาก ที่สุด...?
และคุณรู้หรือไม่ว่าประเภทของไข่ที่คุณชอบ
จะบ่งบอกถึงนิสัยของคุณด้วย


> > ไข่ดาว < <

คุณเป็นคนที่ชอบความท้าทายและเป็นคนที่มีความพยายามเป็นอย่างยิ่งแถมยังกระตือรือร้นและไขว่คว้าหาโอกาสให้กับตัวเองคุณจะไม่รอให้โอกาสต่างๆ เข้ามาหาคุณ


> > ไข่เจียว < <

คุณรักความยุติธรรม เป็นนักคิด นักวางแผน มีจินตนาการล้ำเลิศ มีความทะเยอทะยาน ในระดับปานกลาง คุณคิดอะไรเป็นระบบระเบียบ เชื่อมั่นในการตัดสินใจของตัวเองและมักคิดว่าคนอื่นจะคิดเหมือนคุณ


> > ไข่ต้ม < <

คุณมีความอดทนต่อการทำงานชิ้นหนึ่งให้ลุล่วงประสบความสำเร็จ ภายในรวดเดียว คุณไม่ชอบงานดินพอกหางหมู และเป็นคนมีเหตุผลมาก


> > ไข่ลวก < <

คุณเป็นคนสบาย ๆ ไม่เรื่องมาก ใครอยู่ใกล้ก็พลอยสบายใจไปด้วยเพราะคุณไม่ใช่คนขี้จุกจิก แต่ก็รักความสะอาด มีความเป็นระเบียบเรียบร้อย ข้อเสียของคุณก็คือใจร้อนไปหน่อย


> > ไข่ยัดไส้ < <

คุณชอบที่ทุกอย่างถูกเตรียมพร้อมไว้รับมือกับปัญหาตลอดเวลา คุณชอบท่องเที่ยวไปในสถานที่ต่าง ๆ แต่ก็ต้องเป็นการท่องเที่ยวแบบราชา ข้อเสียของคุณคือเบื่อหน่ายต่อการ
ทุ่มเทต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่งนาน ๆ


> > ไข่ดิบ < <

ใครที่ชอบกินไข่ดิบ ต้องถือว่าเป็นคนไม่เหมือนใคร และไม่มีใครเหมือนจริง ๆเพราะคุณไม่เคยแคร์สายตารอบข้างและไม่ชอบให้ใครมายุ่งเกี่ยวกับชีวิตของคุณด้วย

2004/Jun/21

USB ทำงานอย่างไร?

ทีนี้ เราก็มาดูกันถึงการทำงานของ USB บ้างแล้ว แต่ก่อนอื่น เรามาดูส่วนประกอบหลักอีกส่วนหนึ่งก่อนนะครับ นั่นก็คือ สายเคเบิ้ลของ USB ว่าข้างในนั้น ประกอบไปด้วยสายอะไรบ้าง และแต่ละสายนั้นทำหน้าที่อย่างไร?



  • สายไฟ คือสีแดง ให้ไฟ +5 Volt และ สีน้ำตาล เป็นสายดิน ( Ground )
  • สายข้อมูล คือ สายสีเหลือง และ สีน้ำเงิน


เมื่อเปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ขึ้นมา ระบบจะทำการตรวจสอบอุปกรณ์ต่อพ่วงทาง Port USB แล้วจะกำหนด Address ให้แต่ละอุปกรณ์ เรียกว่า กระบวนการ "Enumeration" หรือเมื่อเราทำการ Plug อุปกรณ์เข้าไปยัง Port USB ปุ๊บ ระบบก็จะทำการตรวจสอบด้วยกระบวนการ "Enumeration" ทันที เพื่อตรวจสอบชนิดของข้อมูลที่จะทำการรับ หรือ จัดส่งให้กับอุปกรณ์ที่ต่อพ่วงเข้ามา ซึ่งแบ่งชนิดของข้อมูลได้เป็น 3 แบบ คือ

  • Interrupt - เสมือนเป็นการตอดรบกวน โดยส่งข้อมูลทีละน้อยๆ เช่น อุปกรณ์จำพวก Mouse หรือ Keyboard หรือ GamePad ต่างๆ จะทำการส่งข้อมูลให้กับเครื่องคอมพิวเตอร์คราวละเล็กน้อยเท่านั้น และจะส่งแบบไม่ต่อเนื่อง ตามแต่ลักษณะการใช้งาน
  • Bulk - หรือการส่งข้อมูลคราวละมากๆ เป็นก้อนๆ เช่นการพิมพ์งาน ซึ่งเครื่องคอมพิวเตอร์ จะส่งข้อมูลให้กับเครื่องพิมพ์คราวละมากๆ เป็นต้น ซึ่งระบบจะทำการตรวจสอบข้อมูลทั้งความถูกต้อง และความครบถ้วนด้วย
  • Isochronous - หรือการส่งข้อมูลแบบต่อเนื่อง เป็น Stream เช่น พวก Speaker หรือ WebCam ที่จะมาการส่งข้อมูลอย่างต่อเนื่องแบบ Real-Time ระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์ หรือ Host กับ อุปกรณ์ต่อพ่วง ซึ่งใน Mode นี้ จะไม่มีการตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล ว่าได้รับครบถ้วน ถูกต้องหรือไม่


เครื่องคอมพิวเตอร์ หรือ Host นั้น จะส่งคำสั่ง หรือ query ( ซักคำถาม ) ไปยังอุปกรณ์ ผ่านทาง "Control Packet" โดยเครื่องคอมพิวเตอร์นั้น จะทำการกันเนื้อที่ 90% ของ Bandwidth ทั้งหมด ( USB 1.1 ที่ 12 Mbps และ USB 2.0 ที่ 480 Mbps ) สำหรับใช้งานการส่งข้อมูลแบบ Isochronous หากมีการใช้งานถึง 90% เมื่อไร ระบบก็จะทำการปฏิเสธการร้องขอในแบบ Interrupt และ Isochronous ที่เข้ามาใหม่ทันที โดย 10% ที่กันไว้นั้น จะไว้ใช้สำหรับการส่งข้อมูลแบบ Bulk และสำหรับ Control Packet ของ Host นั่นเอง

กลับมาเรื่องของหัวต่อที่ติดค้างกันจากหัวข้อที่แล้วนะครับ หัวต่อแบบ "A" และ "B" นั้นทำงานคล้ายๆ กัน แต่ว่ามีทิศทางในการส่งข้อมูลที่สลับกัน โดยที่
  • หัวต่อแบบ "A" จะมีทิศทางของข้อมูลจากอุปกรณ์ ไปเข้าเครื่องคอมพิวเตอร์ เรียกว่า "upstream" เช่น Mouse, Keyboard จะส่งข้อมูลเข้าหาเครื่องคอมพิวเตอร์ เพื่อประมวลผล
  • หัวต่อแบบ "B" จะมีทิศทางกลับกัน คือข้อมูลจะวิ่งเข้าหาอุปกรณ์ เรียกว่า "downstream" เช่นคอมพิวเตอร์ส่งข้อมูลไปหา Printer เพื่อทำการพิมพ์ภาพ เป็นต้น


ก็เป็นการออกแบบหัวต่อ ให้แตกต่างกัน ตามทิศทางของข้อมูล เพื่อแยกแยะประเภทของอุปกรณ์นั่นเอง

2004/Jun/21

มีเด็กน้อยคนหนึ่งที่สีหน้าแสดงอารมณ์ไม่ค่อยจะดีนัก
พ่อของเขาจึงให้ตะปูกับเขาถุงหนึ่ง และบอกกับเขาว่า
"ทุกครั้งที่เขารู้สึกโมโหหรือโกรธใครสักคน ให้ตอกตะปูหนึ่งตัวเข้าไปกับรั้วที่หลังบ้าน"

วันแรกผ่านไป เด็กน้อยคนนั้นตอกตะปูเขาไปที่รั้วหลังบ้านถึง 37 ตัว
และก็ค่อย ๆ ลดจำนวนลงเรื่อย ๆ ในแต่ละวันที่ผ่านไป
อย่างน้อยที่สุดเขาได้รู้ว่าสิ่งที่พ่อกำลังพยายามบอกกับเขาก็คือ
การรู้จักควบคุมอารมณ์ของตนเองให้สงบ ซึ่งง่ายกว่าการตอกตะปูตั้งเยอะ

และแล้วหลังจากที่เขาสามารถควบคุมตนเองได้ดีขึ้น ใจเย็นมากขึ้น
เขาจึงเข้าไปพบพ่อและบอกกับพ่อว่า เขาสามารถควบคุมอารมณ์ตนเองได้แล้ว
ไม่มุทะลุเหมือนแต่ก่อนที่เคยเป็น
พ่อยิ้มและบอกกับลูกชายว่า  "ถ้าเป็นเช่นนั้นจริงเจ้าต้องพิสูจน์ให้พ่อรู้
โดยทุกๆครั้งที่เจ้าสามารถควบคุมอารมณ์ฉุนเฉียวของตนเองได้
ให้ถอนตะปูออกจากรั้วหลังบ้านหนึ่งตัว"

วันแล้ววันเล่า เด็กน้อยคนนั้นก็ค่อยๆ ถอนตะปูออกทีละตัว
จาก 1 เป็น 2 .... จาก 2 เป็น 3 จนในที่สุดตะปูทั้งหมดก็ถูกถอนออกมา

เด็กน้อยดีใจมากรีบวิ่งไปบอกกับพ่อเขาว่า "ฉันทำได้ ในที่สุดฉันก็ทำจนสำเร็จ!!"
พ่อไม่ได้พูดอะไรแต่จูงมือลูกของเขาออกไปที่รั้วหลังบ้าน และบอกกับลูกว่า
"ทำได้ดีมาก ลูกพ่อ และเจ้าลองมองกลับไปที่รั้วเหล่านั้นสิ เห็นไหมว่ามันไม่เหมือนเดิม
ไม่เหมือน..กับที่มันเคยเป็น จำไว้นะลูก เมื่อใดก็ตามที่เจ้าทำอะไรลงไปโดยใช้อารมณ์
สิ่งนั้นมันจะเกิดเป็นรอยแผล เหมือนกับการเอามีดที่แหลมคมไปแทงใครสักคน
ต่อให้พูดคำขอโทษสักกี่หนก็ไม่อาจลบความเจ็บปวด
ไม่อาจลบรอยแผลที่เกิดขึ้นกับเขาคนนั้นได้ ฉันใดก็ฉันนั้น"


"กับเพื่อน .. เพื่อนเปรียบเสมือนอัญมณีอันมีค่าที่หายาก
เป็นคนที่ทำให้เรายิ้มเป็นคนที่คอยให้กำลังใจ และยินดีเมื่อเราพบกับความสำเร็จ
เป็นคนที่คอยปลอบใจเราร่วมทุกข์ร่วมสุขกับเรา และจริงใจกับเราเสมอ ...
แสดงให้เขาเห็น ว่าเราห่วงใยเขามากแค่ไหน และระวังสิ่งที่เราทำไป
ไม่ว่าจะเป็นคำพูดหรือการกระทำ
และจงจำไว้เสมอว่าคำขอโทษไม่ว่าเขาจะยกโทษให้เราหรือไม่ก็ตาม

แต่สิ่งที่มันเกิดขึ้นคือ รอยร้าว ที่เขาคงไม่อาจลืมมันได้ ... ตลอดไป